วารสารการเงินธนาคาร
People : สุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

สุรเดช เกียรติธนากร

กรรมการผู้จัดการ

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

 

KAsset เดินหน้าภารกิจ

เสิร์ฟกองทุนที่ตอบทุกโจทย์

เข้าถึงง่ายได้ทุกช่องทาง

          “การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การรักษาแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” ประโยคนี้หลายคนคงเห็นด้วยไม่มากก็น้อย เพราะในตลาดที่มีการแข่งขันอย่างเสรี ทุกคนล้วนมีโอกาสช่วงชิงความได้เปรียบเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้ตลอดเวลา

          บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ KAsset ในฐานะ บลจ.ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) สูงเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจกองทุนรวม น่าจะเป็นผู้ที่บอกเรื่องนี้ได้ดีที่สุดว่า การจะเป็นผู้ชนะนั้นสิ่งสำคัญคือ มุ่งการพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง

          หนึ่งในผู้บริหารที่เป็นหัวหอกสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กรคือ สุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้มาแล้วประมาณ 1 ปี โดยมีภารกิจสำคัญในการแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ให้กับลูกค้า และเชื่อมโยงการทำงานกับธนาคารกสิกรไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

มุ่งเจาะกลุ่มฐานลูกค้าธนาคาร

พัฒนาการให้คำแนะนำที่เหมาะสม

          สำหรับเป้าหมายการทำงานของ บลจ.กสิกรไทย เพื่อขยายการเติบโตในอนาคต สุรเดชกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญอย่างแรกคือ การเพิ่มจำนวนลูกค้าจากปัจจุบันที่มีกว่า 5 แสนราย โดยเริ่มจากการขยายฐานในกลุ่มลูกค้าธนาคารกสิกรไทย จึงมีการวางแผนและทำงานร่วมกับธนาคารอย่างใกล้ชิด เช่น เรื่องการตอบโจทย์ลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกค้าเป็นฝ่ายบอกความต้องการก่อน แต่ต้องคิดล่วงหน้าไปถึงสิ่งที่อาจจะเป็นความต้องการของลูกค้า รวมถึงหาวิธีการที่จะทำให้ทราบถึงความต้องการเหล่านั้นได้

          “กระบวนการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าต้องเริ่มจากการทำความรู้จักลูกค้าของธนาคารและเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้มาสู่ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งข้อมูลต้องมีการอัพเดทอยู่เสมอ โดยจะมีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงและหารือถึงแนวโน้มของสภาวะอุตสาหกรรมในอนาคต”

          ถัดมาเป็นเป้าหมายด้านการสร้างความหลากหลายของสินทรัพย์ในการลงทุนเพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้า ซึ่งการมีพันธมิตรเป็นผู้จัดการกองทุนระดับโลกทำให้สามารถช่วยกันวิเคราะห์โจทย์ความต้องการของนักลงทุนไทยแล้วสรรหาและคัดเลือกสินทรัพย์ เครื่องมือหรือรูปแบบการลงทุนที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อจะช่วยให้สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้ ซึ่งก็ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์กองทุนรวมใหม่ๆ ออกมานำเสนอให้กับลูกค้าได้อย่างหลากหลายในช่วงที่ผ่านมา

          ขณะเดียวกัน วิธีการนำเสนอกองทุนหรือรูปแบบในการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าก็จะต้องพัฒนาอยู่เสมอ โดยปัจจุบันแนวทางการให้คำแนะนำเรื่องการเลือกกองทุนจะแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรกสำหรับคนที่มีความเข้าใจการลงทุนในระดับค่อนข้างน้อยถึงปานกลาง จะแนะนำลงทุนกลุ่มกองทุนผสม หรือ Balanced Fund ซึ่งจะผสมผสานสัดส่วนการลงทุนทั้งตราสารหนี้และหุ้น โดยยึดเอาอัตราผลตอบแทนที่ลูกค้าคาดหวังเป็นตัวตั้ง พิจารณาประกอบกับระยะเวลาการลงทุนหรือความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกโดยไม่ต้องคิดมากหรือไม่จำเป็นต้องมีความรู้เชิงลึกในเรื่องการลงทุน

          อีกแนวทางหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่มีความเข้าใจการลงทุน หรือมีประสบการณ์การลงทุนพอสมควรแล้ว จะแนะนำเป็นลักษณะของพอร์ตการลงทุน ซึ่งจัดสรรน้ำหนักการลงทุนของพอร์ตว่าลูกค้าท่านนั้นควรจะมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อกองทุนแนะนำเหล่านั้นได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

 

มีกองทุนตอบทุกโจทย์ความต้องการ

ชูวิธีลงทุนอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอ

          ด้านแผนการออกกองทุนรวม สุรเดชกล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2562 บริษัทได้เปิดเสนอขายกองทุนที่ตอบโจทย์ตรงความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม เช่น การเป็นบลจ.รายแรกที่เสนอการลงทุนใน Private Equity Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพหรือธุรกิจใหม่ๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตน่าสนใจและยังไม่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน อย่างไรก็ตาม มองว่าหากมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการลงทุนประเภทนี้ก็น่าจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุน

          นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอกองทุนที่สอดคล้องและรองรับกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและสังคมในอนาคต เช่น กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน (K-CHANGE) ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ สร้างผลเชิงบวกต่อสังคม รวมถึงมีผลประกอบการที่ดี เป็นต้น ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกองทุนนี้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกอย่างยั่งยืน

          “ล่าสุด บริษัทได้จัดตั้งกองทุนน้องใหม่ในตระกูลตราสารหนี้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ และต้องการมองหาผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม จึงได้จัดตั้งกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ (K-FIXEDPRO) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และยังต้องการรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้อยู่ โดยจะเน้นลงทุนตราสารหนี้คุณภาพดีที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ แนวทางการออกกองทุนใหม่ๆ ของบลจ.กสิกรไทย จะเน้นลูกค้าเป็นที่ตั้ง อีกทั้งต้องสอดรับเข้ากับสถานการณ์และแนวโน้มการลงทุนของตลาดโลกด้วย”

          ด้านแนวคิดการลงทุนที่เป็นประโยชน์ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนและเผชิญกับความไม่แน่นอน สุรเดชแนะนำว่า แนวคิดการลงทุนแบบ 4D เป็นสิ่งที่ บลจ.กสิกรไทย สนับสนุนให้นักลงทุนนำไปประยุกต์ใช้กับการลงทุนของตัวเอง

          โดยการลงทุนที่ดีควรตระหนักถึงปัจจัยสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ การกระจายความเสี่ยง (Diversification) การลงทุนที่สามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ  (Defensive) การลงทุนที่มองเป็นระยะยาว (Duration) และการลงทุนอย่างมีวินัย (Discipline) โดยทั้ง 4 ข้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้           

... 

          ติดตามคอลัมน์ People ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคาร เดือนกันยายน 2562 ฉบับที่ 449 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News