วารสารการเงินธนาคาร
Exclusive Interview : ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

อธิบดีกรมสรรพากร

 

เดินหน้ายุทธศาสตร์ D2RIVE

วางพื้นฐานสรรพากรสู่องค์กรเข้มแข็ง

 

ตลอดระยะเวลา 1 ปี 3 เดือนหลังจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ได้ประกาศนำนโยบาย Digital Transformation เพื่อมุ่งสู่การเป็นกรมสรรพกรดิจิทัลให้ได้ในปี 2563 ทำให้เกิดโครงการต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้าถึงบริการของกรมสรรพากรมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังทำให้กรมสรรพากรมีการจัดเก็บรายได้ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา เกินเป้ากว่า 48,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดเก็บรายได้เกินเป้าในรอบเกือบ 10 ปี

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ให้สัมภาษณ์พิเศษ การเงินธนาคาร ถึงแนวทางในการขับเคลื่อนกรมสรรพากรด้วยนโยบาย Digital Transformation ว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ D2rive ในการขับเคลื่อนองค์กร โดยยุทธศาสตร์นี้จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของกรมสรรพากร คือ ตรงเป้า ตรงกลุ่ม ตรงใจ

“รู้สึกสนุกมากทีได้ทำงานในกรมสรรพากรเนื่องจากคนที่นี่มีความพร้อม แม้ในช่วงแรกที่ประกาศใช้นโยบาย Digital Transformation หลายคนค่อนข้างไม่เห็นด้วย แต่ก็ช่วยกันทำและทำได้ดีมาก และสิ่งที่สนุกของการทำงานในกรมสรรพากรคือเมื่อทำสำเร็จจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น โครงการ e-Donation หรือ โครงการพร้อมเพย์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนโดยทั่วไป”

 

ตอกย้ำวิสัยทัศน์

ตรงเป้า ตรงกลุ่ม ตรงใจ

   ดร.เอกนิติกล่าวว่า ผลจากการทำนโยบาย D2RIVE ได้ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ตรงเป้า ตรงกลุ่ม ตรงใจ

ตรงเป้า คือการเก็บภาษีให้ได้ตรงเป้า โดย 10 เดือนที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2562 กรมสรรพากรเก็บรายได้เกินเป้ากว่า 48,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเกินเป้าในรอบ 10 ปี

 “กรมสรรพากรเป็นกรมที่ใหญ่ที่สุดในเชิงการหารายได้ โดยเกือบ 80% ของรายได้ประเทศมาจากกรมสรรพากร ดังนั้น หากกรมสรรพากรพลาดเป้าอาจจะส่งผลกระทบกับเสถียรภาพการคลังได้เหมือนกับบริษัทที่ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายได้ก็ขาดทุน”

ตรงกลุ่ม คือ การทำภาษีให้ตรงกลุ่ม โดยปัจจุบันกรมสรรพากรได้ใช้ระบบ Data Analytics ในการแยกระหว่างคนดีกับคนไม่ดี ทำให้คนเข่าสู่ระบบมากขึ้น มีการใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยในการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งจากปี 2561 มีการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 10 ล้านคน ขณะที่ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 11.4 ล้านคน จากจำนวนผู้ที่ต้องเสียภาษีทั้งหมด 15 ล้านคน และกว่า 90% ยื่นแบบผ่านอิเล็กทรอนิกส์

“เราต้องเปลี่ยนจากยักษ์เป็นยิ้ม ถ้าเป็นคนดีเราต้องบริการช่วยเขาเต็มที่แต่ถ้าเป็นคนไม่ดีเราก็ต้องจัดการ”

ตรงใจ คือ การบริการต่างๆ ผ่าน Digital Service ให้ตรงใจ ปัจจุบันกรมสรรพากรมีการดำเนินการเรื่อง Service Standard คือมาตรฐานการให้บริการเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์การบริการดีขึ้น ซึ่งผลสำเร็จคือรายงานความยาก-ง่ายในการทำธุรกิจประจำปี 2562 (Doing Business 2019) ที่ธนาคารโลกได้จัดทำขึ้นประเทศไทยมีอันดับที่ 27 จาก 190 ประเทศของโลก โดยเฉพาะด้านการชำระภาษี (Paying Taxes) ที่มีอันดับดีขึ้น ก้าวกระโดดจาก 109 ในปี 2560 เป็น 67 ในปี 2561 และในปี 2562 อยู่ที่อันดับ 59

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview  ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2562 ฉบับที่ 449 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News