ธนาคาร / องค์กรธุรกิจ
ธนาคารกรุงเทพ ได้อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ที่ ‘bbb+’

ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าจะให้อันดับเครดิตแก่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3  สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL (‘BBB+’/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/ ‘bbb+’) ที่ ‘BBB(EXP)’ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวจะออกภายใต้โครงการหุ้นกู้ Global Medium-term Note (GMTN) ของธนาคาร อันดับเครดิตนี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อฟิทช์ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องฉบับจริงที่ครบถ้วนและสอดคล้องกับเอกสารที่ฟิทช์ได้รับมาแล้ว

 

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

               หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้อยู่ต่ำกว่าอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating) ของ BBL ที่ ‘bbb+’  อยู่หนึ่งอันดับเพื่อสะท้อนถึงสถานะด้อยสิทธิและความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่มากกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดปัจจัยที่แสดงว่าธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ (non-viability trigger) โดยมีการระบุไว้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อธนาคารกลางหรือทางการตัดสินใจเข้าให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่ธนาคารเมื่อเกิดเหตุที่ธนาคารไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อีกทั้งการรองรับผลขาดทุนไม่ได้เป็นการบังคับให้ตัดหนี้สูญทั้งจำนวน (mandatory full write-down) ซึ่งสอดคล้องกับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ที่ออกโดยธนาคารไทยรายอื่น

               ทั้งนี้ไม่ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตลงเพิ่มเติมเนื่องจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวไม่มีการระบุถึงคุณสมบัติในการรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption feature) นอกจากนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 นี้ จะมีลำดับในการได้รับชำระหนี้ก่อนตราสารทุนของธนาคารทุกประเภทซึ่งรวมถึงหุ้นบุริมสิทธิและตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 นี้จะมีสิทธิเท่ากัน (pari passu) กับหุ้นกู้ด้อยสิทธิชุดอื่นที่ออกโดยธนาคารและสามารถนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2

               อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ BBL พิจารณาจากความแข็งแกร่งทางโครงสร้างเครดิตของธนาคารเอง ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนมาจากเครือข่ายธุรกิจในประเทศ (franchise) ที่แข็งแกร่ง ความมีเสถียรภาพในด้านการระดมเงินและฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง  BBL ยังคงรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกิจการธนาคารต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง อันดับเครดิตยังได้สะท้อนถึงรูปแบบการบริหารงานที่ระมัดระวังของ BBL เมื่อเทียบกับธนาคารในประเทศรายอื่น

 

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

               การเปลี่ยนแปลงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ BBL  จะส่งผลให้อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันเนื่องจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินเป็นอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิงในการพิจารณาอันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าว

               สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตและปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตในอนาคตของ BBL สามารถหาได้จากประกาศอันดับเครดิตล่าสุดของ BBL เรื่อง ฟิทช์คงอันดับเครดิตของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ วันที่ 12 เมษายน 2562 โดยหาได้จาก https://www.fitchratings.com

 

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

               หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้ แสดงว่าธนาคารมีระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต ไม่เกินระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ ESG หาได้จาก https://www.fitchratings.com/esg


Related News