บทวิเคราะห์
แนวโน้มทองคำวันที่ 11 กันยายน 2562 โดย วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 11 กันยายน 2562 ว่าแม้ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ในระหว่างการซื้อขายของวันอังคาร จากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก รวมไปถึงทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับสงความทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มเห็นแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาดทองคำหลังจากการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนซึ่งหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนส.ค. ตอกย้ำถึงแรงกดดันจากสงครามการค้าที่มีต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจของจีนในวงกว้าง ในขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนยังคงไม่แน่ใจนักว่าท้ายที่สุดแล้ว การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้า จะมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมใดๆหรือไม่ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงออกมาบ้างจนสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนร่วงลงในวันอังคาร

โดยสิ้นสุดการบวกขึ้นนานร่วมสัปดาห์ หลังจากที่ข้อมูลแสดงว่า เงินฝืดจากผู้ผลิตของจีนรุนแรงขึ้นในเดือนส.ค. ด้านดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ร่วงลง 32 จุดบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มจะเปิดตลาดในแดนลบ ส่วน S&P และ Nasdaq ฟิวเจอร์สก็ปรับตัวลดลงลดลงเช่นเดียวกัน ประกอบกับนักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ สะท้อนจาก CME Fedwatch tool ที่บ่งชี้ว่า เทรดเดอร์ในตลาดคาดการณ์ถึงโอกาส 93.5% ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสกัดช่วงติดลบให้กับราคาทองคำ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินจากธนาคารกลางในประเทศสำคัญๆของโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางยุโรป(ECB)ในวันที่ 12 ก.ย., การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในวันที่ 17-18 ก.ย., การประชุมธนาคารอังกฤษ(บีโออี)และธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ในวันที่ 19 ก.ย. และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 25 ก.ย. รวมไปถึงการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุขณะหาเสียงในรัฐนอร์ธ แคโรไลนาว่า สหรัฐจะเริ่มการเจรจาการค้าอีกครั้งกับจีนในสัปดาห์หน้า ทำให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ทางวายแอลจีประเมินว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวอยู่ซึ่งลงทุนควรติดตามข่าวสารและทิศทางราคา ซึ่งปัจจัยพื้นฐานอาจจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า แม้ว่าราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนตัวลง แต่เมื่อราคาปรับตัวลงก็ยังมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้ จึงเน้นไปที่การลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้างเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อ เพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,515 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,479 (21,400บาท)             1,468 (21,250บาท)                     1,459 (21,100บาท)            

แนวต้าน          1,502 (21,800บาท)             1,515 (21,950บาท)                     1,528 (22,150บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFV19)

แนวรับ            1,479 (21,590บาท)             1,468 (21,430บาท)                     1,459 (21,300บาท)            

แนวต้าน          1,502 (21,930บาท)             1,515 (22,120บาท)                     1,528 (22,310บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOU19)

แนวรับ            1,482 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,531 ดอลลาร์ต่อออนซ์


Related News