ข่าวรอบวัน
กองทรัสต์ ‘บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ เตรียมลงทุน 3 โรงแรม ทำเลศักยภาพ

บลูเวล แอสเซท เตรียมระดมทุนกองทรัสต์ ‘บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ (BWHREIT) ไม่เกิน 4,420 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนครั้งแรกในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าโรงแรม 3 แห่งภูเก็ต เกาะสมุย และเขาใหญ่ เมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทย รับศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งลดความผันผวนของรายได้ด้วยการรองรับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง พร้อมประมาณการอัตราผลตอบแทนในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 8.50% คาดสามารถระดมทุนได้กลางเดือนตุลาคมปีนี้

              นายรุ่งยศ จันทภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวล แอสเซท จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดตั้งทรัสต์กองแรกเพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่นักลงทุน ภายใต้ชื่อ ‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าบลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ Blue Whale Hospitality Freehold and Leasehold Real Estate Investment Trust (BWHREIT) โดยจะลงทุนครั้งแรกในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 3 แห่ง ใน ภูเก็ต เกาะสมุย และเขาใหญ่ ได้แก่

                   1) กรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาคาร และสังหาริทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล รีสอร์ท และสวนน้ำ สแปลช จังเกิ้ล (“โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล และสวนน้ำ”) เนื้อที่ประมาณ 57 ไร่

                   2) การลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม หรรษา สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา (“โรงแรมหรรษา สมุย”) รวมเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน 9.5 ตารางวา เป็นระยะเวลา 20 ปี และ 3) สิทธิการเช่าที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมเดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม KYCC (“โรงแรม กรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม”) เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี

              จุดเด่นของกองทรัสต์ BWHREIT คือ การกระจายการลงทุนในโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลากหลาย จับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวแตกต่างกัน สามารถลดความผันผวนของรายได้ในแต่ละฤดูกาล และสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน โดยโรงแรมหรรษา สมุยจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวยุโรปเป็นหลัก โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ลและสวนน้ำ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และ โรงแรมกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม เน้นกลุ่มลูกค้าคนไทยมาประชุมและสัมมนา

              ขณะเดียวกัน ยังมีการผสมผสานการลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) และสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่เหมาะสมในสัดส่วน 57% และ 43% ตามลำดับ นอกจากนี้กองทรัสต์จะให้เช่าทรัพย์สิน ที่มีส่วนประกอบทั้งค่าเช่าคงที่ที่เพิ่มขึ้นในอัตรา 2% ต่อปี และค่าเช่าแปรผัน เพื่อให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากผลการดำเนินงานของโรงแรม รวมถึงโอกาสเติบโตจากศักยภาพการสร้างผลกำไรในอนาคตอีกด้วย

              “ธุรกิจโรงแรม ศูนย์ประชุมและสวนน้ำ จะได้รับผลดีจากภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางและศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ ในปีที่ผ่านมาภาพรวมการท่องเที่ยวทำรายได้คิดเป็น 22.8% ของจีดีพีประเทศ และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยรวมประมาณ 38 ล้านคน ส่วนปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 41 ล้านคน ด้วยปัจจัยบวกจากการพัฒนาการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน การขยายสนามบินและการเพิ่มเส้นทางของสายการบิน Low Cost รวมถึงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การยกเว้นค่าวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวบางประเทศ”

              สำหรับโรงแรมหรรษา สมุย ตั้งอยู่บริเวณหาดบ่อผุด เกาะสมุย ห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที เป็นโรงแรมติดหาดระดับ 5 ดาว สไตล์ลักซูรี่ บริหารงานโดย บริษัท หรรษา กรุ๊ป มีห้องพักจำนวน 74 ห้อง ซึ่งทุกห้องมีระเบียงเปิดกว้างรับทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะสมุย อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 75%

              ส่วนโรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล และสวนน้ำ ตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่ทอดยาวถึง 11 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินเพียง 20 นาที เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว (Midscale) มีห้องพักจำนวน 455 ห้อง ปัจจุบัน โรงแรมได้รับการปรับปรุง เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนแบรนด์ และการบริหารงานโดยกลุ่ม Langham Hospitality Group ผู้บริหารโรงแรมชั้นนำระดับสากล ซึ่งมีแบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีเครือข่างที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 ก่อนที่โรงแรมจะได้รับการปรับปรุงและรีแบรนด์ อยู่ที่ 46%

              และโรงแรม กรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม KYCC เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว (Midscale) มีห้องพักจำนวน 254 ห้อง และศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเขาใหญ่ รองรับผู้เข้าใช้บริการได้กว่า 5,000 คน บริหารงานโดย ซีนิคอล เวิร์ล อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 54%

              “ในอนาคตจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมที่เชียงใหม่ พัทยา และกระบี่ เพื่อให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทย โดยตั้งเป้าการระดมทุนปีหน้าทะลุ 1 หมื่นล้านบาท และจะพยายามปรับพอร์ตให้ถือ Freehold 50% และ Leasehold 50%”

              นายสมบูรณ์ ฉายาวิจิตรศิลป์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หรรษา สมุย จำกัด ผู้บริหารโรงแรมหรรษา สมุย กล่าวว่า กลุ่มหรรษา กรุ๊ป มีโรงแรมภายใต้แบรนด์ ‘หรรษา’ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดหลายแห่ง อาทิ ในกรุงเทพฯ ปราณบุรี ชะอำ ฯลฯ โดยโรงแรมหรรษา สมุย มีจุดเด่นที่มีพื้นที่ติดชายหาดบ่อผุดถึงกว่า 129 เมตร ซึ่งเป็นหาดที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของเกาะสมุย สามารถเห็นวิวทะเลทุกห้องพัก และอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ หมู่บ้านชาวประมง คอมมูนิตี้มอลล์เดอะ วอร์ฟ สมุย อ่าวเฉวง ฯลฯ

              โดยโรงแรมได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรป อาทิ อิสราเอล  สหราชอาณาจักร ฯลฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มที่มาเพื่อฮันนีมูนและจัดงานแต่งงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตมีกำลังซื้อสูง และมาพักผ่อนในระยะเวลายาว สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของโรงแรมที่เน้นความเป็นส่วนตัวและการบริการที่ดีเยี่ยมระดับสากล ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากตัวแทนต่างๆ มากมายทั้งด้าน ด้านโรงแรม การให้บริการ สปาและร้านอาหาร

              Mr.Paul Mercer ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Sir Terry Leahy ที่ปรึกษา บริษัท ซีซีดี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ผู้บริหารโรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล และสวนน้ำ กล่าวว่า เครือแลงแฮม ฮอสปิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นผู้บริหารโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับสากล มีโรงแรมภายใต้การบริหารงาน 38 แห่ง ใน 33 เมืองทั่วโลก และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย โรงแรมตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความยาวที่สุดในเกาะภูเก็ต มีสวนน้ำขนาดใหญ่ที่มีเครื่องเล่นกว่า 10 ชนิดซึ่งช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว และเป็นส่วนเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพักให้กับโรงแรมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีห้องประชุมขนาดใหญ่ซึ่งรองรับได้สูงสุดกว่า 1,300 คน  

              โดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเป็นจำนวนมาก จองเข้าพักเป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน และยังมีกลุ่มลูกค้าที่ทำการจองห้องพักล่วงหน้าเพื่อจัดงานแต่งงานในปีนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสถานที่ติดชายหาดที่กว้างขวาง และเดินทางสะดวกใกล้สนามบิน รวมถึง ปัจจุบันมีการเปิดเที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆ อาทิ มุมไบ บังกาลอร์ ฯลฯ มายังประเทศไทย ส่งผลให้โรงแรมได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น

              เฐาศิริษ ศิวาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีนิคอล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารโรงแรมกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม กล่าวว่า ปัจจุบันเขาใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนไทยที่เดินทางมาพักผ่อน โดยมีปริมาณโอโซนสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก โรงแรมมีชื่อเสียงยาวนาน ด้านการจัดงานประชุม สัมมนา และงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี โดยมีศูนย์ประชุม KYCC ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่เขาใหญ่ รองรับผู้ใช้งานได้กว่า 5,000 คน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ สปา ฯลฯ

              โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มครอบครัว บริษัท และหน่วยงานราชการที่นิยมมาจัดประชุมสัมนา มีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 90% และต่างชาติ 10%
ในช่วงที่ผ่านมาทางโรงแรมได้ลงทุนปรับปรุงสถานที่เป็นที่เรียบร้อยเพื่อรักษาฐานลูกค้าและศักยภาพในการแข่งขัน จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุ่งซ่อมแซมที่มีนัยสำคัญเกิดขึ้นอีกในระยะสั้น นอกจากนี้ในพื้นที่เขาใหญ่ได้มีการปรับผังเมืองห้ามก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่เกิน 2,000 ตารางเมตร หรือสูงเกินกว่า 15 เมตร ทำให้เกิดข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ และคู่แข่งที่จะเข้ามาเล่นในตลาด MICE ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกรีนเนอรี่ให้มากยิ่งขึ้น
 
              นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นกำลังผันผวนทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น และมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำหรือพันธบัตรรัฐบาลกว่า 7% ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทน ทั้งจากส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุน (Capital Gain) และเงินปันผลที่สม่ำเสมอ

              ทั้งนี้ ในส่วนของวงเงินลงทุนครั้งแรกในกองทรัสต์ BWHREIT จะมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,420 ล้านบาท โดยจะมาจากการระดมทุนเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนประมาณ 3,850 ล้านบาท และกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 771.5 ล้านบาท โดยกองทรัสต์ประมาณการอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 8.50% ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งกองทรัสต์นั้น ปัจจุบันได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนเป็นครั้งแรกและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ (Filing) เป็นที่เรียบร้อย โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้พิจารณาและอนุมัติเบื้องต้น (นับ 1 Filing) แล้ว เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 คาดว่านักลงทุนจะทำการซื้อหน่วยทรัสต์ได้กลางเดือนตุลาคม 2562


Related News