บทวิเคราะห์
แนวโน้มทองคำวันที่ 12 กันยายน 2562 โดย วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 12 กันยายน 2562 ว่าแม้ว่ามีสัญญาณเชิงบวกในการเจราจาการค้าระว่างสหรัฐกับจีน เมื่อหนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ (SCMP) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า จีนจะซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐมากขึ้นภายใต้ความหวังว่าจะทำข้อตกลงที่ดีขึ้นกับสหรัฐ เจ้าหน้าที่กำลังหารือเรื่องข้อตกลง โดยเนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าวอิงตามร่างที่ทั้งสองฝ่ายเจรจากันในเดือนเม.ย. เพื่อให้นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีพบกับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ณ กรุงวอชิงตัน ในเดือนต.ค. นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนระบุว่า จีนได้ให้สิทธิ์ยกเว้นผลิตภัณฑ์ 16 ประเภทของสหรัฐจากการเก็บภาษีลงโทษเพิ่มเติม การให้สิทธิ์ยกเว้นดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. และจะมีอายุ 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย.ปี 2020 แต่ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐกลุ่มหนึ่งเรียกร้องให้คณะบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประเมินกฎระเบียบการส่งออกของสหรัฐสำหรับฮ่องกง โดยแสดงความกังวลว่า จีนอาจครอบครองเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว อันเป็นผลจากการให้การปฏิบัติเป็นพิเศษต่อฮ่องกงภายใต้กฎหมายสหรัฐ

อีกทั้ง Huawei Technologies Co กลายเป็นประเด็นสำคัญของความตึงเครียดสหรัฐ-จีนและบางคนมองว่า Huawei เป็นเครื่องต่อรองในการเจรจาดังกล่าว ขณะที่นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความคาดหวังเรื่องการเจรจาการค้ารอบต่อไประหว่างสหรัฐและจีน โดยเรียกร้องให้นักลงทุน, ธุรกิจ และภาคสาธารณะอื่นๆ อดทนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้า 2 ปีระหว่างทั้งสองประเทศ ประเด็นสงครามยังคงมีความอ่อนไหว ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดทองคำรอความคืบหน้าเพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำราคาทองคำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงกดดัน จากนักลงทุนคาดว่าการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ ECB จะผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้เข้าสู่แดนลบเพิ่มซึ่งถ่วงยูโรซึ่งปรับลง 3% นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. จนส่งผลลบต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของ ECB มีแนวโน้มใช้แผนกระตุ้นซึ่งได้รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ย, การให้คำมั่นมากขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำยาวนานขึ้น เบื้องต้นประเมินว่า หากราคาทองคำขยับขึ้นชนแนวต้านในโซน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนต้องระมัดระวังการอ่อนตัวของราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นราคาทองคำสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวลักษณะ Sideway Down โดยนักลงทุนสามารถซื้อและขายทำกำไรในกรอบราคา สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในมือ แนะนำให้ทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,495-1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยรักษาระดับไว้ได้ก็เป็นจุดที่เข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัวของราคา ซึ่งวายแอลจี มีมุมมองว่าราคาทองคำในระยะสั้นยังอยู่ในช่วงปรับฐานของราคาแนะนำให้นักลงทุนเล่นในกรอบและให้รอจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,479 (21,400บาท)             1,468 (21,250บาท)                     1,459 (21,100บาท)            

แนวต้าน          1,502 (21,750บาท)             1,515 (21,950บาท)                     1,528 (22,150บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFV19)

แนวรับ            1,479 (21,600บาท)             1,468 (21,440บาท)                     1,459 (21,310บาท)            

แนวต้าน          1,502 (21,940บาท)             1,515 (22,130บาท)                     1,528 (22,320บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOU19)

แนวรับ            1,482 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,462 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,531 ดอลลาร์ต่อออนซ์


Related News