ข่าวรอบวัน
มองหนี้ครัวเรือนไทย vs เกาหลีใต้

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1/2562 หนี้ครัวเรือนเท่ากับ 13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6.3 % และคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 78.7 % สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2560 โดยหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเกาหลีใต้ และอันดับ 11 ของโลก จาก 74 ประเทศ ซึ่งหนี้ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง มาจากหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และรถยนต์

                ขณะที่ฝั่งเกาหลีใต้ ล่าสุดธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ได้เปิดเผยว่า การขยายตัวของหนี้ภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงมาอยู่ที่ 1.50 % โดย BOK ระบุว่า หนี้ของภาคครัวเรือนที่ธนาคารปล่อยกู้นั้น เพิ่มขึ้น 7.4 ล้านล้านวอน หรือ ราว 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคมโดยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2561 

                อย่างไรก็ดีหากจะมองสถานการณ์หนี้ครัวเรือนระหว่างประเทศไทยและเกาหลีใต้ว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไรนั้น ดร. กำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจและตลาดเงิน Economic Intelligence Center (SCB EIC) เล่าว่า หนี้ครัวเรือนของเกาหลีใต้ที่เพิ่มสูงเป็นอันดับ 1 ของเอเชียนั้น มาจากบัตรเครดิต เป็นส่วนใหญ่ เพราะรัฐบาลเกาหลีกระตุ้นให้คนใช้จ่ายเพื่อสามารถเก็บข้อมูลการใช้จ่ายขยายเข้าฐานภาษี แต่สำหรับประเทศไทย หนี้ครัวเรือนเคยพุ่งสูงในช่วง 6-7 ปีก่อน จากโครงการรถคันแรกและการที่กลุ่มนอนแบงก์เข้าไปในตลาดที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำมาก่อนมีส่วนทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งหลังจากช่วงนั้นหนี้ครัวเรือนขยับลดลงบ้างจนกระทั่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยเริ่มกลับมาอีกครั้งจากยอดขายรถที่โตขึ้น สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น

                “ลักษณะของหนี้ครัวเรือนไทยและเกาหลีใต้แตกต่างพอสมควร ทางเกาหลีใต้พยายามกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อทำให้สินเชื่อโต รัฐบาลปล่อยเพื่อเก็บฐานภาษี  แต่ของประเทศไทยหนี้จะอยู่ในเรื่องบ้าน รถ และสินเชื่อจากนอนแบงก์”

แล้วหนี้ครัวเรือนที่สูงจะมีผลอย่างไรบ้าง

                ดร.กำพล เล่าต่ออีกว่า เมื่อหนี้ครัวเรือนเติบโต ก็ต้องดูต่อไปว่า หนี้ที่โตนั้น ทำให้เกิดอะไรตามมา สามารถสร้างงานต่อ สร้างหลักประกัน หนี้โตแล้วรายได้โตทันหรือไม่ สำหรับเกาหลีใต้นั้น หนี้เพิ่มขึ้นก็จริงแต่รายได้ของประชากรก็โตตามไปด้วย การกระตุ้นการใช้จ่ายของเกาหลีใต้มีส่วนทำให้เกาหลีใต้หลุดจากประเทศรายได้ปานกลางไปด้วย ขณะที่ประเทศไทยนั้นหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นแต่รายได้ขอคนไทยไม่ได้โตตาม

                “แม้หนี้ของประเทศไทยจะมาจากหนี้ที่มีหลักประกัน แต่ได้เงินเดือนมาแล้วต้องจ่ายแต่หนี้หมดไม่เก็บออมเลยต่อให้มีหลักประกันก็ยังน่าห่วง เช่นมีเงินเดือน 10,000 บาทแต่ต้องจ่ายหนี้ 8,000บาท ไม่เหลือเก็บหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็จะลำบาก”

จะแก้ไขสถานการณ์เรื่องหนี้ได้อย่างไร

                ดร.กำพล กล่าวว่า ปัญหาเรื่องหนี้ที่เกิดขึ้นทำให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามเข้ามาดูแลเรื่องเกณฑ์ภาระหนี้ เพื่อจะได้รู้ว่า ลูกหนี้หนึ่งรายกู้มากี่ธนาคารแล้ว หากจะกู้เพิ่มอีกภาระหนี้ปัจจุบันที่มีจะผ่อนไหวหรือไม่ การแก้ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยอยู่ในจุดเริ่มต้น ซึ่งเครื่องมือในการแก้ไขแต่ละประเทศมีความหลากหลาย สำหรับธนาคารกลางในหลายประเทศมีเครื่องมือต่างกันไปไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยนโยบาย แต่ประเทศไทยมักจะยึดติดแค่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเดียว

“บ้านเรามองดอกเบี้ยนโยบายเป็นยาครอบจักรวาล ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมักจะหวังให้เอาดอกเบี้ยนโยบายมาแก้ปัญหา ทั้งที่ภาพรวมของภาคการเงินในประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น ยาสามัญประจำบ้านอย่างดอกเบี้ยนโยบายอาจจะไม่เพียงพอ ควรจะมีเครื่องมือมากขึ้น เช่นการใช้มาตรการ macro prudential เป็นต้น”


Related News