ข่าวรอบวัน
ข้าว ยาง ปาล์มน้ำมันผลักดันรายได้เกษตรกรทั้งปีเติบโตร้อยละ 3.5 – 3.8%

แม้ว่าภัยแล้งที่ต่อเนื่องยาวนานจนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตข้าวและอ้อยในช่วงครึ่งปีแรกให้ลดลงร้อยละ 4.2 และ 2.9 (YoY) ตามลำดับ แต่ปริมาณผลผลิต

               ภาคเกษตรรวมยังคงเติบโตเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.4 (YoY) ซึ่งเป็นผลหลักจากปริมาณผลผลิตในกลุ่มไม้ผล ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมรายได้เกษตรกรครึ่งปีแรกปรับตัวสูงขึ้นที่ร้อยละ 1.1 (YoY) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตภาคเกษตรทั้งปียังคงให้ภาพเป็นบวกเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.2 (YoY) ซึ่งประกอบกับผลของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน จะช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรทั้งปีให้มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น

               ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ภาครัฐได้มีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของพืชเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2562/2563 รอบที่ 1 และโครงการประกันรายได้ชาวสวนปาล์มน้ำมัน 2562/2563 นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมนำเสนอโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางต่อคณะรัฐมนตรีในลำดับถัดไป ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้จะมีมาตรการประกันรายได้เกษตรกรสำหรับสินค้าเกษตรชนิดอื่นออกมาเพิ่มเติม

 

คาดผลผลิตครึ่งปีหลังและผลของโครงการประกันรายได้ผลักดันรายได้เกษตรกรทั้งปีเพิ่มขึ้น

               จากสถานการณ์ปริมาณน้ำใช้การได้ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยปริมาณผลผลิตข้าวครึ่งปีหลังจะหดตัวเพียงร้อยละ 0.2 (YoY) ปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรกที่หดตัวร้อยละ 4.2 (YoY) ถึงแม้พื้นที่เพาะปลูกข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วนจะถูกน้ำท่วมเสียหายจากอิทธิพลพายุโพดุล แต่คงส่งผลต่อปริมาณผลผลิตข้าวในระดับจำกัดประมาณ 0.1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,800 ล้านบาท

               ภายใต้สมมติฐานที่สถานการณ์อุทกภัยจะบรรเทาลงภายในเดือนกันยายนและเกษตรกรสามารถกลับมาปลูกข้าวได้ในเดือนตุลาคม ทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวรวมทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ระดับ 31.96 ล้านตัน ซึ่งหดตัวเล็กน้อยจากปีก่อนที่ร้อยละ 1.2 (YoY)

               ปริมาณผลผลิตยางพาราในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 (YoY) ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกตามช่วงเวลาเก็บเกี่ยวหลักทำให้ปริมาณผลผลิตรวมอยู่ที่ 4.94 ล้านตัน ในขณะเดียวกันภาครัฐได้มีมาตรการส่งเสริมให้เกิดอุปสงค์ในประเทศผ่านการสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐนำยางพาราไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการประชารัฐและเป็นส่วนผสมในการสร้างถนนยางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

               สำหรับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันครึ่งปีหลังอาจปรับตัวลดลงที่ร้อยละ 1.4 (YoY) เนื่องจากผ่านพ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหลักมาแล้ว ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตรวมอยู่ที่ 16.80 ล้านตัน ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการส่งเสริมให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในการผลิตน้ำมันดีเซล B20 และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซล B20 เพิ่มขึ้นเพื่อดูดซับอุปทานน้ำมันปาล์มดิบบางส่วน

               จากสถานการณ์ปริมาณผลผลิตข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มปริมาณผลผลิตสินค้าชนิดอื่น เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตภาคเกษตรทั้งปี 2562 น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 0.2 (YoY) ประกอบกับผลของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมันจะเริ่มมีเม็ดเงินถึงมือเกษตรกรในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งจะผลักดันรายได้เกษตรกรทั้งปีให้เร่งตัวขึ้น 

               กล่าวโดยสรุป จากปัจจัยด้านปริมาณผลผลิตครึ่งปีหลังที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นและผลของโครงการประกันรายได้เกษตรกรข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า รายได้เกษตรกรทั้งปี 2562 จะเติบโตในช่วงร้อยละ 3.5 – 3.8 (YoY) สูงกว่ากรณีไม่มีโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งคาดว่ารายได้เกษตรกรทั้งปีจะเติบโตในช่วงร้อยละ 1.8 – 2.2 (YoY) อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหากยืดเยื้อยาวนานและมีจำนวนพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้รายได้เกษตรกรเติบโตได้น้อยกว่ากรอบล่างของประมาณการ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะประเมินผลกระทบเป็นระยะต่อไป


Related News