วารสารการเงินธนาคาร
Young Millionaire : ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

 

ยักษ์เล็กต้องคิดให้ใหญ่

สร้าง Rare Item สู้ศึกอสังหาฯ

 

ท่ามกลางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ส่งสัญญาณซบเซา จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่ยังมีโครงการจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กที่สามารถเดินหน้าต่อได้ มียอดจองหมดอย่างรวดเร็ว ด้วยทำเลดีถูกใจผู้บริโภค ราคาเข้าถึงได้ ที่เจ้าของโครงการเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาไม่นานสามารถปั้นธุรกิจที่เติบโตจากโครงการ 500 ล้านบาท เป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

              ขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นคนรุ่นใหม่ที่ก้าวสู้ความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเล่าว่า กว่าที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้เพราะจุดเจ็บปวดในสมัยเด็กเป็นแรงผลักดัน

              ขวัญชัยเป็นลูกชาวจีนที่ขายของแผงลอยในห้องแถวย่านคลองถม ทั้งครอบครัวมีรถมอเตอร์ไซค์คันเดียวจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ซ้อนสี่ไปทั้งครอบครัว รายได้ที่หามาได้ก็ใช้วันชนวัน แต่สิ่งที่ทำให้ขวัญชัยมีความเจ็บปวดมากที่สุดตั้งแต่เด็กคือ ต้องย้ายบ้านหนีเจ้าหนี้นับสิบครั้ง และหนักสุดคือ ขณะเรียนชั้นมัธยมปีที่ สี่เขาทำได้แต่มองเจ้าหนี้เข้ามายึดของในบ้านไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

              “ความเจ็บปวดในวัยเด็กเป็นจุดเริ่มทำให้กระหายความสำเร็จตั้งแต่ตอนนั้น และตั้งเป้าว่าจะต้องมีเงินให้ได้ จึงเริ่มต้นทำงานหาเงินอย่างหนักตั้งแต่เด็ก เพราะการค้าขายอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว”

              ขวัญชัยเรียนจบคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา แต่เขาไม่ได้ใช้อะไรจากที่เรียนมาเลย เพราะสายที่เรียนไม่เข้ากับการทำธุรกิจ ดังนั้น เส้นทางในการตอบสนองความกระหายในความสำเร็จของขวัญชัยจึงต้องเริ่มจากศูนย์

              “เรียกว่าตัวเองเป็นคนเจนวายแท้ๆ เพราะความคิดของคนเจนวายมักจะรู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับความสำเร็จ คู่ควรกับเงินที่ได้มากกว่านี้ แต่ไม่รู้จะทำอะไร เจนวายหลายคนอยากได้อิสระทางการเงิน ได้ทำงานที่ชอบและได้เงินเยอะๆ ซึ่งเป็นการติดกับดักความคิดแบบเจนวาย ซึ่งผมเป็นแบบนั้นกว่า 2 ปี ถึงจะหาทางออกได้”

 

 

เลือกทำในสิ่งที่รักมักไม่รวย

แต่ถ้าทำสิ่งที่รวยแล้วจะรัก

              ขวัญชัยเล่าอีกว่า สูตรความสำเร็จของอัลติจูด มี 3 ข้อคือ ข้อแรก การเลือกทำเลที่ดี เน้นพื้นที่ หัวเมืองชั้นในและชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ เช่น สามย่าน เจริญกรุง ลาดพร้าว ท่าพระ เพราะในพื้นที่ทำเลดีทำให้ราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่ดินที่ใช้จะซื้อใหม่ทุกแปลง ซึ่งขนาดโครงการที่ไม่ใหญ่มากผู้พัฒนาโครงการขนาดใหญ่จะไม่สนใจนักแม้ทำเลจะติดรถไฟฟ้ามากกว่าโครงการใหญ่ ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว

              ข้อที่ 2 คือ การออกแบบตกแต่ง โครงการของอัลติจูดจะมีห้องที่พร้อมใช้งานที่ดีกว่า เช่น คอนโดฯแนวต่ำระยะห่างจากรถไฟฟ้า 200 เมตร ขายได้ง่าย เพราะตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และมีที่จอดรถครบ 100% ที่หาไม่ได้ในตลาด อัลติจูดเน้นสร้างของหายาก (Rare Item) ที่ไม่มีในตลาดแม้จะเป็นแบรนด์ใหม่แต่ก็ติดการจัดอันดับและได้รับการตอบรับที่ดีตลอด

              ข้อที่ 3 คือ โครงการจะมีราคาขายถูกกว่าตลาด 10-20% และบางทำเลถูกกว่าถึง 30% โดยสาเหตุที่สามารถทำได้เพราะต้นทุนของบริษัทต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมทั้งสามารถคุมต้นทุนได้ค่อนข้างดี

ซึ่งคำว่า อัลติจูด หมายถึงระดับสูง แบรนด์อัลติจูดจึงเน้นผลิตคอนโดที่มีคุณภาพสูงให้ลูกค้า และเพราะกว่า 80% จะเป็นโครงการ Luxury จึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันในตลาด Mass โครงการของอัลติจูดคนซื้อตัดสินใจง่าย เพราะบ้านที่สร้างเสร็จทำออกมาแล้วสวยทำเลดีราคาถูกกว่า

 

ติดตามคอลัมน์ Young Millionaire ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนตุลาคม 2562 ฉบับที่ 450 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News