บทวิเคราะห์
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ (KR-ECI) ปรับตัวลดลงในเดือนต.ค. 2562

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) อยู่ที่ระดับ 41.9 ในเดือนต.ค. 2562 ปรับตัวแย่ลงจากระดับ 42.3 ในเดือนก.ย. 2562 โดยครัวเรือนไทยที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีความกังวลมากขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศ เงินออม รวมถึงรายได้และการมีงานทำ

               ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องสถานการณ์การจ้างงานในองค์กร/บริษัท/หน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของกิจการ พบว่า ร้อยละ 8.5 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ชี้ว่า สถานการณ์การจ้างงานในองค์กรของตนมีการส่งสัญญาณการเลิกจ้าง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.8 ในการทำสำรวจช่วงเดือนก.ค. 2562 สอดคล้องไปกับข้อมูลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ในเดือนต.ค. 2562 จำนวนผู้ว่างงานจากสาเหตุนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการอยู่ที่ 26,100 คน เพิ่มขึ้น 5,000 คนจากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 17,600 คนจากช่วงเดียวกันของปีก่อนนอกจากนี้ อีกร้อยละ 17.4 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในเดือนต.ค. 2562 ถูกลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อประหยัดต้นทุนทางด้านแรงงานและควบคุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในสถานประกอบการ/บริษัท

 

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) องค์ประกอบดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน

               ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR Household Economic Condition Index หรือ KR-ECI) จัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพื่อให้เป็นเครื่องชี้ที่สะท้อนความรู้สึกของครัวเรือนที่มีต่อภาวะการครองชีพทั้งในปัจจุบัน และในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยค่าดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 หมายถึง ครัวเรือนส่วนใหญ่มองว่า ภาวะการครองชีพ “ดีขึ้น” ในทางตรงกันข้าม ค่าดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50 หมายถึงภาวะการครองชีพ “แย่ลง”   

           

               ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI)ปรับตัวลดลง เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบัน (KR-ECI) จากระดับ 44.4 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ย. 2562 สู่ระดับ 43.5 ในการสำรวจช่วงเดือนต.ค. 2562 โดยครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) เงินออม รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศในช่วงระยะ 3 เดือนข้างหน้า (เดือนพ.ย. 2562 – เดือนม.ค. 2563) ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วงเทศกาล ทำให้ครัวเรือนมีการจับจ่ายใช้สอยในรายการพิเศษต่างๆ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อหาของขวัญ เป็นต้น นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมายังมีประเด็นข่าวความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บภาษีความเค็มในอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยกังวลว่า สินค้าที่ถูกจัดเก็บภาษีจะมีราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาระค่าครองชีพของตนเอง

               โดยสรุปแล้วดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในปัจจุบัน (KR-ECI) และในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI)ปรับตัวลดลงแสดงให้เห็นถึงความกังวลของครัวเรือนต่อสภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เดือนพ.ย. 2562 – เดือนม.ค. 2563) โดยในการสำรวจเดือนต.ค. 2562 พบสัญญาณการเลิกจ้างในองค์กร/บริษัทที่ครัวเรือนสังกัดหรือเป็นเจ้าของปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับการสำรวจในช่วงเดือนก.ค. 2562 ชี้ให้เห็นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นระยะเวลาติดต่อกันเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในประเทศ

               ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะได้รับแรงกดดันมากขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรายได้และการมีงานทำ ซึ่งจะส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนอ่อนแรงลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของครัวเรือนและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจได้ในระดับหนึ่งส่วนในประเด็นเรื่องค่าครองชีพนั้น ภาครัฐมีความพยายามที่จะช่วยประคับประคองภาระค่าครองชีพของครัวเรือนไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ เช่น ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตให้ชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นปี 2562 โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีความหวาน และผ่อนผันการขึ้นราคายาสูบออกไปอีก 1 ปี (จาก 1 ต.ค. 2562 เป็น 1 ต.ค. 2563)ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลของมาตรภาครัฐที่ออกมาในช่วงก่อนหน้าโดยเฉพาะมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 1 และเฟส 2 รวมถึงมาตรการที่กำลังจะออกมาในระยะข้างหน้า อย่างมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 3 ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้


Related News