วารสารการเงินธนาคาร
Family Business : วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป

วัลลภา ไตรโสรัส

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

และกรรมการผู้จัดการใหญ่

บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป

 

  

ต่อยอดรากฐานที่มั่นคง

มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาว

 

จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจเบียร์และสุราปัจจุบันกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่นหรือ “ทีซีซี กรุ๊ป” ได้แตกกิ่งก้านสาขาครอบคลุมสายธุรกิจที่สำคัญ 5 สายคือ สายธุรกิจเครื่องดื่ม สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สายธุรกิจอุตสาหกรรมการค้า สายธุรกิจประกันและการเงิน รวมถึงสายธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งมีบริษัทย่อยมากมาย

                 และหนึ่งในนั้นคือบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือAWC ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยมูลค่า IPO185,742 ล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย

                 ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจของ AWC มีทายาทรุ่นที่สองมารับไม้ต่อในการสร้างความเติบโต โดยมีผู้บริหารที่เป็นเสาหลักสำคัญคือ วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) บริษัท Holding Company ที่ถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ “ทีซีซี กรุ๊ป” ประกอบไปด้วย กลุ่มธุรกิจโรงแรม/การบริการและกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักซึ่งก่อให้เกิดกำไรหลักรวม 12 บริษัท


 
AWC มุ่งสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ที่มีรากฐานแข็งแกร่งและมั่นคง

                 วัลลภาเล่าต่อว่า พื้นฐานความคิดของการดำเนินธุรกิจได้มาจากคุณพ่อและคุณแม่ (เจ้าสัวเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี) ในอดีตธุรกิจของคุณพ่อและคุณแม่มีลักษณะเป็นธุรกิจครอบครัว จึงมีโอกาสได้ร่วมประชุมบ่อยๆ และหลายครั้งที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ คุณพ่อและคุณแม่ก็มักจะไปทำงานด้วย จำได้ว่าโปรแกรมเที่ยวตอนเด็กคือโรงเบียร์และโรงกลั่นเหล้า ทำให้ซึมซับรายละเอียดการทำงานตั้งแต่เด็ก

                 โดยคุณพ่อจะสอนให้มององค์รวมของการดำเนินธุรกิจก่อน ว่าสิ่งนั้นจะให้คุณค่าที่แท้จริงในระยะยาวได้อย่างไรขณะที่คุณแม่จะคอยย้ำเรื่องการกำกับกิจการที่ดี โดยให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนของธุรกิจ

                 AWC จึงดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างมูลค่าของโครงการในระยะยาวอย่างชัดเจน โดยเพิ่มขีดความสามารถด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์ให้มีศักยภาพสม่ำเสมอและแข่งขันด้วยแนวคิด Global Network and Global Demand ร่วมธุรกิจกับพันธมิตรระดับโลก ดึงดูดลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาเป็นฐานลูกค้า

                 พร้อมสร้างการเติบโตทุกช่วงเวลา จากโครงการที่เพิ่งเปิดดำเนินงาน (Ramp Up) โครงการที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา คาดว่าจะเปิดใหม่อย่างต่อเนื่องภายใน 5 ปี และ Land Bank ที่มีศักยภาพจากทีซีซี กรุ๊ป เพื่อเตรียมลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยกระจายความเสี่ยงด้วยการผสมผสานฐานลูกค้า กระจายหลายเมืองทั่วโลก

                 พร้อมกับการสร้างองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวกันและเสริมความยั่งยืนด้วยแผนการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมีความเชื่อมั่นว่าถ้าจะสร้างให้บริษัทมีความยั่งยืน ต้องมีการกำกับกิจการที่ดีซึ่งด้านสังคม

                 มีการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานด้วยระบบเทคโนโลยี และที่สำคัญคือ 90% ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด ตั้งอยู่บนที่ดินที่บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ (Freehold) เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวที่เติบโตอย่างมั่นคงและสามารถเพิ่มขีดความสามารถของอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง

                 ทั้งนี้ ด้านผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวโลก วัลลภาเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังไม่กระทบผลการดำเนินงานของธุรกิจกลุ่มโรงแรมเท่าไรนัก โดยยังเห็นอัตราการเข้าพักในระดับที่ดี โดยเฉพาะในฝั่งของการประชุมสัมมนา ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการประท้วงในฮ่องกง เนื่องจากธุรกิจกลุ่ม MICE มีคู่แข่งเพียงสิงคโปร์และฮ่องกง และปัจจัยพื้นฐานของเรายังมีความแข็งแกร่ง

                 อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาว อสังหาฯส่วนใหญ่ของเราเป็น Freehold ส่งผลให้การเติบโตของเราอิงกับการเติบโตของประเทศ คาดว่าในระยะยาวประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตที่ดีของจีนแผ่นดินใหญ่แน่นอน

 

ติดตามคอลัมน์ Family Business ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2562 ฉบับที่ 451 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News