Money Tips
เทคนิคซื้อประกัน ตอน ลดหย่อนภาษีท้ายปี จากเบี้ยประกันชีวิต

ในช่วงท้ายปี หลายๆคน ก็คงกำลังเตรียมตัวคำนวณภาษี เพื่อเสียภาษีกันในปีหน้า หนึ่งในสิทธิ์ที่เราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั่นก็คือ เบี้ยประกันชีวิต จะมีเทคนิค หรือสิทธิอะไรบ้าง มาดูกันเลยดีกว่า!!

การลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตสำหรับตนเอง

       สิทธิที่ 1 การหักลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตทั่วไป สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ทุกคน

                     1. เป็นแบบประกันภัยที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

                     2. เฉพาะกรมธรรม์หลัก และสัญญาเพิ่มเติม สะสมทรัพย์

                     3. กรมธรรม์ที่มีเงินจ่ายคืนระหว่างสัญญา ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

                            ก. เงินจ่ายคืนในแต่ละปี ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

                            ข. เงินจ่ายคืนตามช่วงที่กำหนด เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น

                            ค. กรณีเงินจ่ายคืนไม่เป็นไปตาม ข้อ ก. หรือ ข. ให้คำนวณเงินจ่ายคืนตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายคืนสะสมต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น

                            ง. เงินจ่ายคืนข้างต้นต้องไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือผลประโยชน์ตอบแทนจ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์

 

      สิทธิที่ 2 การหักค่าลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งผู้ที่มีรายได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน โดยต้องไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยแบบประกันที่สามารถนำมาใช้สิทธิในการลดหย่อนได้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                     1. ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป ซึ่งในการนับระยะเวลาให้เริ่มนับตั้งแต่อายุเริ่มทำประกันชีวิต จนถึงอายุสุดท้ายที่รับบำนาญ

                     2. จ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี รายเดือน และอาจมีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน

                     3. เริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี

                     4. ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต

                     5. กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงการรับบำนาญผลประโยชน์การเสียชีวิตต้องไม่เกินเบี้ยประกันภัยสะสม หักด้วยเงินบำนาญที่ตายให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว

                     6. ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

                     7. ไม่สามารถขอเวนคืนกรมธรรม์ได้ในช่วงการรับบำนาญ

                     8. ชื่อแบบประกัน มีวงเล็บว่า “บำนาญแบบลดหย่อนได้”

 

       สิทธิที่ 3 สัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพของบิดา-มารดา บุตรสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

                     1. บิดา-มารดา มีเงินได้พึงประเมินในปีที่บุตรขอลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 30,000 บาท

                     2. ผู้ที่มีเงินได้หรือคู่สมรสของผู้ที่มีเงินได้ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา-มารดาแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ บุตรบุญธรรมไม่ได้รับสิทธิยกเว้น

                     3. กรณีไม่มีคู่สมรส หรือโสด สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันสุขภาพของบิดา มารดา ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

                     4. กรณีมีคู่สมรส

                            - สามีหรือภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ กรณีที่ใช้สิทธิแยกยื่นภาษีหรือไม่ใช้สิทธิแยกยื่นภาษีให้ต่างฝ่ายต่างได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการทำประกันสุขภาพของบิดา-มารดา ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

                            - สามีหรือภรรยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้สามีหรือภรรยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการประกันสุขภาพของบิดา มารดาของตนเองและคู่สมรส ได้ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

 

สำหรับลักษณะแบบประกันที่สามารถลดหย่อนภาษีบิดา-มารดา ได้มีดังนี้

                     1. การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

                     2. การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก

                     3. การประกันภัยโรคร้ายแรง

                     4. การประกันภัยการดูแลระยะยาว


Related News