ข่าวรอบวัน
ดัชนี PMI ที่เพิ่มขึ้นของจีนลดความกดดันต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังกังวลเจรจาการค้าที่ไม่แน่นอน

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ว่า การสำรวจธุรกิจของเอกชน บ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนขยายตัวอย่างไม่คาดคิด โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจาก Caixin/Markit ปรับขึ้นสู่ 51.8 ในเดือนพ.ย. จาก 51.7 ในเดือนก่อนหน้า นั่นเป็นการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2016 สอดคล้องกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนพ.ย. อยู่ที่ระดับ 50.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 49.3 ในเดือนต.ค.ข้อมูลดังกล่าวกระตุ้นการลงทุน สินทรัพย์เสี่ยง และช่วยลดความวิตกกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงจนอาจกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

              อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนยังมีความไม่แน่นอน ได้สร้างแรงซื้อพยุงทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไว้ ทั้งนี้ นสพ.โกลบอล ไทม์สของจีนรายงานว่า สิ่งที่จีนให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการทำข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 กับสหรัฐ คือ สหรัฐจะต้องยกเลิกภาษีในปัจจุบัน ไม่ใช่ภาษีที่วางแผนไว้ ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลง” โกลบอล ไทม์ส อ้างอิงถึงแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อที่ใกล้ชิดกับการเจรจา บ่งชี้ว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐได้คัดค้านการเรียกร้องดังกล่าว

              นอกจากนี้ เว็บไซต์ข่าว Axios รายงานว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในขณะนี้ “หยุดชะงักอันเป็นผลจากกฎหมายฮ่องกง” โดยระบุถึงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมการเจรจาของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่การต่างประเทศจีน ได้ประกาศคว่ำบาตรองค์กรนอกภาครัฐ (NGO) จากสหรัฐ ซึ่งรวมถึง Human Rights Watch และ National Democratic Institute จากกฎหมายสหรัฐที่สนับสนุนผู้ประท้วงฮ่องกง รวมทั้งจีนส่งสัญญาณว่า เรือรบและเครื่องบินของสหรัฐไม่ได้รับการต้อนรับในฮ่องกง ในขณะที่จีนระงับการพิจารณาข้อเรียกร้องให้เรือและเครื่องบินของสหรัฐเข้าสู่ฮ่องกง ตามคำขู่ ก่อนหน้านี้ จีนขู่ตอบโต้ต่อกฎหมายของสหรัฐที่สนับสนุนผู้ประท้วงที่เรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงด้วยมาตรการต่างๆ ที่เป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงการห้ามผู้ร่างกฎหมายเข้าประเทศจีน, ฮ่องกง และ มาเก๊า ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถยุติสงครามการค้าได้กระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ

              นักลงทุนควรติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นโดยประเมินแนวต้านบริเวณ 1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้นและทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ

              ด้านกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า แนะนำให้นักลงทุนซื้อขายระยะสั้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวแบบ Sideway โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ แนะนำนักลงทุนหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ 1,471 หรือ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้าราคาไม่ผ่านแนวต้าน นักลงทุนอาจต้องระวังแรงขายที่มากขึ้น โดยหากราคามีการย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็เป็นจุดที่เข้าซื้อเก็งกำไรหากราคาสามารถยืนได้

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

 

แนวรับ            1,452 (20,800บาท)             1,445 (20,700บาท)                     1,437 (20,550บาท)            

แนวต้าน          1,471 (21,100บาท)             1,479 (21,200บาท)                     1,487 (21,300บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFZ19)

 

แนวรับ            1,452 (20,950บาท)             1,445 (20,850บาท)                     1,437 (20,730บาท)            

แนวต้าน          1,471 (21,230บาท)             1,479 (21,340บาท)                     1,487 (21,460บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOZ19)

 

แนวรับ            1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,449 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,441 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,483 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,491 ดอลลาร์ต่อออนซ์


Related News