บทวิเคราะห์
การบรรลุข้อตกลงการค้าขั้นต้น อาจถูกยืดเยื้อออกไป

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ว่าความหวังการบรรลุข้อตกลงการค้าขั้นต้นโดยเร็วถูกบั่นทอน หลังคำกล่าวของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่ว่า ข้อตกลงการค้ากับจีนอาจจำเป็นต้องรอไปหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2020 ทำให้เกิดความไม่แน่ใจครั้งใหม่ว่า ความขัดแย้งจะยุติลงเมื่อใด รวมทั้ง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายซินเจียง ที่เล็งเป้าหมายไปยังค่ายกักกันชาวมุสลิมในซินเจียง สร้างความไม่พอใจให้กับจีน แหล่งข่าวหลายแห่งที่คุ้นเคยกับจีนกล่าวว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงและถูกกระตุ้นโดยร่างกฎหมายซินเจียงอาจจะสร้างความเสี่ยงต่อข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1” ระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งเดิมทีก็เผชิญกับความเห็นที่ไม่ตรงกันและความยุ่งยากอยู่แล้ว ในขณะที่ภาษีสหรัฐรอบใหม่ต่อสินค้าจีนจะมีกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในอีก 2 สัปดาห์ มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นที่การเจรจาจะล้มเหลวอีกครั้ง ทั้งนี้ นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า การเจรจาระดับเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินต่อไป แต่ไม่มีกำหนดการประชุมระดับสูง ซึ่งนายรอสส์ กล่าวว่า ถ้าไม่มีข้อตกลงหรือความคืบหน้าที่สำคัญในการเจรจาก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ภาษีต่อสินค้านำเข้าที่เหลือจากจีน ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป และของเล่น จะมีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ ทัศนะเชิงลบต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น หลังปธน.ทรัมป์ ระบุว่าจะฟื้นคืนภาษีต่อการนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา ภายใต้สัญญาณล่าสุดว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและคู่ค้าสำคัญจะมีอิทธิพต่อตลาดต่างๆอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ ขณะที่สหรัฐขู่เก็บภาษีมากถึง 100% ต่อสินค้าฝรั่งเศส ตั้งแต่แชมเปญไปจนถึงกระเป๋าถือ อันเป็นผลจากภาษีบริการดิจิทัลที่สหรัฐระบุว่าสร้างความเสียหายให้กับบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ ประเด็นดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญกับแรงขายกดดันให้ชะลอตัวจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ แนะนำติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐเพื่อสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มเติม โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ประจำเดือนพ.ย. ในวันศุกร์นี้ แนะนำจับตาแรงขายทำกำไรที่สลับออกมา เพราะหากไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,488-1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันราคาให้เข้าใกล้ 1,470-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากราคายืนเหนือแนวรับได้ แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจาการดีดตัว

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,488-1,493 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรงก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ประเมินแนวรับแรกไว้ที่ 1,474-1,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,470 (21,050บาท)             1,461 (20,900บาท)             1,453 (20,800บาท)            

แนวต้าน          1,493 (21,400บาท)             1,504 (21,550บาท)             1,519 (21,750บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFZ19)

แนวรับ            1,470 (21,210บาท)             1,461 (21,080บาท)             1,453 (20,960บาท)            

แนวต้าน          1,493 (21,540บาท)             1,504 (21,700บาท)             1,519 (21,920บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOZ19)

แนวรับ            1,473 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,496 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,507 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,522 ดอลลาร์ต่อออนซ์


Related News