ข่าวเศรษฐกิจ
บอร์ดค่าจ้างพร้อมชงครม.ขึ้นค่าแรง โบรกคาดผลกระทบมีจำกัด

คณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับค่าจ้างปี 2563 ขึ้น 5-6 บาท พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 ด้านโบรกประเมินผลกระทบทางลบมีจำกัด จากการขึ้นค่าแรงเพียง 2% และได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อที่จะเพิ่มสูงขึ้น

               นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 ครั้งที่ 6/2562 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับค่าจ้างปี 2563 เพิ่มขึ้น 6 บาท ใน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต ปราจีนบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดที่เหลือ 68 จังหวัดจะปรับขึ้น 5 บาท

               "อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยแบ่งเป็น 10 ระดับ* สูงสุดอยู่ที่ 336 บาท คือ ชลบุรี และภูเก็ต ต่ำสุดอยู่ที่ 313 บาท ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขณะที่อัตราค่าจ้างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ที่ 331 บาท ส่วนที่เหลือจะลดหลั่นกันไปตามลำดับ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะนำผลสรุปเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 ที่จะถึงนี้"

               ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่า การขึ้นค่าจ้างครั้งนี้จะส่งผลกระทบที่เป็นลบต่อหลักทรัพย์ที่ยังพึ่งพิงแรงงานในการผลิตหรือให้บริการ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง พาณิชย์ และอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากจะมีต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจำกัดลง เนื่องจากมีแรงชดเชยจากกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้น และกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นได้ อีกทั้งผู้ประกอบการมีการปรับตัวด้วยการใช้ระบบ Automation และ Robot มาแทนแรงงานคนบางส่วนแล้ว

               และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า โดยรวมผลกระทบด้านลบมีจำกัด มีเพียงกลุ่มรับเหมาที่กระทบในงานที่รับไปแล้ว ถึงแม้การขึ้นค่าจ้างจะเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่การขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ขึ้นเพียง 2% ซึ่งธุรกิจมีการปรับตัวมาตลอด มองว่าธุรกิจที่ยังต้องพึ่งพาแรงงานสูง เช่น ก่อสร้าง สิ่งทอ การประมง เกษตร และอาหาร อาจกระทบบ้าง แต่ยังมุมบวกคือการจับจ่ายเพิ่มขึ้น โดยการขึ้นค่าแรงในปี 2560 ส่งผลให้กลุ่มค้าปลีกมีกำไรเพิ่มขึ้น +21%

*อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยแบ่งเป็น 10 ระดับ ได้แก่

               ระดับที่ 1) ค่าจ้าง 336 บาท มี 2จังหวัด คือ ชลบุรีและภูเก็ต

               ระดับที่ 2) ค่าจ้าง 335 บาท มี 1 จังหวัด คือ ระยอง 

               ระดับที่ 3) ค่าจ้าง 331 บาท มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

               ระดับที่ 4) ค่าจ้าง 330 บาท คือ ฉะเชิงเทรา 

               ระดับที่ 5) ค่าจ้าง 325 บาท มี 14 จังหวัด คือ กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา พังงา ลพบุรี สงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุบลราชธานี

               ระดับที่ 6) ค่าจ้าง 324 บาท มี 1 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี 

               ระดับที่ 7) ค่าจ้าง 323 บาท มี 6 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร และสมุทรสงคราม

               ระดับที่ 8) ค่าจ้าง 320 บาท มี 21 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุงพิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ พะเยา ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สระแก้ว สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี และอุตรดิตถ์ 

               ระดับที่ 9) ค่าจ้าง 315 บาท มี 22 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สิงห์บุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อุทัยธานี และอำนาจเจริญ

               ระดับที่ 10) ค่าจ้าง 313 บาท มี 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา


Related News