ข่าวรอบวัน
คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยถึงปีหน้า สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ

วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินแนวโน้มทองคำวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% -1.75% ในการประชุมประจำวันที่ 10-11 ธ.ค. และส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงเร็วๆนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่า “แนวโน้มเศรษฐกิจของเรายังคงเป็นที่น่าพอใจ แม้มีพัฒนาการต่างๆทั่วโลกและความเสี่ยงต่างๆที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และ บ่งชี้ว่า เฟดคาดว่าจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเป็นเวลาอย่างน้อยอีก 1 ปี  อย่างไรก็ตาม รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจฉบับใหม่ (Economic Projections) แสดงว่า ค่ากลางอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ที่ระดับ 1.6% ในปี 2019 และปี 2020  ลดลงจากคาดการณ์เดิมในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.9% ขณะที่รายงานการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย 13 จาก 17 คนคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2020 เป็นอย่างน้อย ประเด็นดังกล่าว กดสกุลเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ตามผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวลง จนสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาประเด็นการเก็บภาษีของสหรัฐรอบหน้าต่อสินค้าจีนที่ใกล้เข้ามา ซึ่งมีกำหนดเส้นตายในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.นี้  ขณะที่ แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมีแนวโน้มประชุมกับที่ปรึกษาการค้าและเศรษฐกิจระดับสูงของเขาในวันพฤหัสบดี เพื่อหารือว่าจะเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าอุปโภคบริโภคจีนมูลค่าเกือบ 1.6 แสนล้านดอลลาร์ตามแผนการดังกล่าวหรือไม่

นอกจากนี้นักลงทุนจับตาการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งอังกฤษ ซึ่งได้เริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี เวลา 14.00 น.ตามเวลาไทย โดยการลงคะแนนเสียงจะเสร็จสิ้นในเวลา 05.00 น.ตามเวลาไทยในวันศุกร์นี้ ในขณะที่การนับคะแนนนอกคู่หาและผลเบื้องต้นอาจจะเข้ามาหลังจากนั้น  โดยคาดว่าจะทราบผลการนับคะแนนในเวลา 10.00 น.ในวันศุกร์นี้ตามเวลาไทยเป็นอย่างเร็ว ผลการเลือกตั้งจะส่งผลต่อทิศทางสกุลเงินปอนด์ ซึ่งเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาทองคำ  หากพรรคอนุรักษ์นิยมสามารถควบคุมรัฐสภาและนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปในช่วงปลายเดือนม.ค.ได้จะส่งผลบวกต่อสกุลเงินปอนด์และราคาทองคำ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น อาจจะกระตุ้นการร่วงลงของปอนด์จนกลับมากดดันราคาทองคำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ประเมินว่าในระยะสั้นหากราคาทดสอบแนวต้าน 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,462-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง และหากสามารถผ่านแนวต้านแรกได้ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,462-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านและยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขาย และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,462 (20,850บาท)             1,453 (20,700บาท)            1,445 (20,600บาท)            

แนวต้าน          1,484 (21,200บาท)             1,493 (21,300บาท)            1,504 (21,450บาท)            

               

GOLD FUTURES (GFZ19)

แนวรับ            1,462 (21,000บาท)             1,453 (20,870บาท)            1,445 (20,760บาท)            

แนวต้าน          1,484 (21,320บาท)             1,493 (21,450บาท)            1,504 (21,610บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOZ19)

แนวรับ            1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,446 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,485 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,494 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์


Related News