วารสารการเงินธนาคาร
กรุงไทยสร้างทีมเรือเร็ว ต่อยอดคู่ค้าของลูกค้า

เปิดยุทธศาสตร์ 5 แบงก์ยักษ์

เข้มดิจิทัล-ชู Sustainable Banking

กรุงไทยสร้างทีมเรือเร็ว

ต่อยอดคู่ค้าของลูกค้า

 

                นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกรุงไทย ในปี 2563 จะเดินธุรกิจด้วยแนวทาง ”เรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier) และ เรือเร็ว (Speed Boat)” เป็นแนวนโยบายแบบไหนที่จะแบ่งกระบวนการทำงานให้ต่างกันแต่ก็เชื่อมเข้าหากัน

                สำหรับ เรือเร็ว จะเป็นการทำงานแบบ SANDBOX เน้นสร้างของใหม่และต่อยอดให้ของใหม่ออกมาได้อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเป็นการใช้โมเดลแบบหลายธนาคารในต่างประเทศ โดยเรือบรรทุกเครื่องบินของธนาคารคือ กรุงไทย NEXT และเรือเร็วคือ เป๋าตังค์

                ซึ่ง กรุงไทย Next ยังทำงานในระบบปิด ส่วนเป๋าตังค์จะเป็นระบบเปิดที่พร้อมจะเชื่อมโยงภายนอกเข้ามาได้ อย่างที่เห็นได้จากโครงการชิม ช้อป ใช้ ที่นำ G wallet กระเป๋า 1 และ 2 มาเชื่อมต่อบนแอปฯเป๋าตังค์และในอนาคตจะมีอีกหลายส่วนเข้ามาเชื่อมต่อกัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของธุรกรรมการเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะเป็นด้านอื่นเช่น สุขภาพ หรือ ขนส่งสาธารณะ

                “Next และ เป๋าตังค์จะเชื่อมโยงกันด้านหลังบ้าน โดยมีสมองกลทรงพลังที่จะประมวลพลทั้งระบบเปิดและระบบปิดโดยไม่ปะปนกัน ความฉลาดของเครื่องยนต์ต้องแข่งขันได้ ถ้าระบบหลังบ้านยิ่งฉลาดก็ยิ่งแข่งได้ดีขึ้น เพราะกรุงไทยชัดเจนในเรื่อง Open Banking Platform ซึ่งมีการปรับโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์หลัก เปลี่ยนจากอุลตราแมนมาเป็นทรานส์ฟอร์มเมอร์”

                นายผยงกล่าวอีกว่า ระบบไอทีที่ธนาคารจะเน้นมากเป็นพิเศษอยู่ภายใต้ 7 ปรัชญาคือ

                      1. Anytime Anywhereมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้ทุกช่องทาง ทุกที่ทุกเวลา

                      2. Intelligent Operationมีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ สามารถทำงานในรูปแบบ Agile มีความยืดหยุ่น รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                      3. De-Constructing the Coreแปลงระบบ Core Banking เดิมที่มีขนาดใหญ่ และไม่ยืดหยุ่นให้เป็น Module เล็กๆ เพื่อรองรับการทำงานแบบ Agile และลดความเสี่ยงด้าน IT

                      4. Integrated to the Ecosystemเครือข่ายของธนาคาร สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรได้อย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมาย

                      5. Event Enabled Enterprise (E3)สามารถรู้กิจกรรมที่ลูกค้าทำ และสามารถเสนอโปรโมชั่นได้ทันที ตรงเวลาและตรงใจ

                      6. Data-driven Bankมีข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ที่เข้าใจความต้องการ พฤติกรรมและเป้าหมาย รวมทั้งการตัดสินใจของลูกค้าเป็นอย่างดี

                      7. Flexible Multi-Speed ITสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะตลาดได้ มีความยืดหยุ่น มีความรวดเร็ว

                อย่างไรก็ตาม แม้จะรุกในเรื่องใหม่แต่ธุรกิจเดิมของธนาคารจะต้องแข็งแรง โดยจะลดการกระจุกตัวของกลุ่มลูกค้าเปลี่ยนผ่านจากเรือบรรทุกเครื่องบินไปสู่เรือเร็ว ด้วยยุทธศาสตร์ต่อยอดจากคู่ค้าของลูกค้า เพราะกรุงไทยเชื่อว่าเมื่อสามารถเชื่อมโยงระหว่างธนาคารและลูกค้าได้จะสามารถต่อยอดไปถึงคู่ค้าของลูกค้าได้เช่นกัน

                “ที่ผ่านมา ธนาคารได้ทำหน้าที่เป็นสถาบันการเงินที่อยู่เคียงข้างคนไทย ด้วยการให้บริการทางการเงินกับประชาชนในทุกระดับ รวมทั้งเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจชาติ โดยให้ความช่วยเหลือลูกค้าและคนไทยในทุกวิกฤติ ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตามวิสัยทัศน์ Growing Together หรือ กรุงไทย เคียงข้างไทย เคียงข้างคุณ”

                นายผยงกล่าวอีกว่า สำหรับวิสัยทัศน์ของธนาคารจะเดินหน้า ภายใต้ 4 แกนหลัก ได้แก่

                      1. ลูกค้า โดยเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มด้วย Financial Solution ที่ครบวงจร ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต

                      2. ประชาชน นำนวัตกรรมมายกระดับการทำธุรกรรมการเงินของประชาชนไทย ผ่านเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง รวมถึงตัวแทนของธนาคาร (Banking Agent)

                      3. พนักงาน มุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงคุณภาพการให้บริการและคุณธรรม

                      4. ผู้ถือหุ้น มุ่งรักษาความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น

 

                นอกจากนี้ ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับ 5 Ecosystem ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธนาคาร ได้แก่

                      กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ โดยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการเชื่อมระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงบริการทางการเงินจากภาครัฐสู่ประชาชน เป็นกลไกในการผลักดันนโยบายสำคัญๆ ของประเทศ

                      กลุ่มการชำระเงิน พัฒนานวัตกรรมการชำระเงินที่ครบวงจร เป็น ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

                      กลุ่มการรักษาพยาบาลและสุขภาพ ขยายบริการทางการเงินผ่าน Krungthai Corporate Online บริการจ่ายเงินเดือน บริการจ่ายเงินคู่ค้าด้วยระบบโอนเงินอัตโนมัติ และยกระดับบริการสู่ Smart Hospital

                      กลุ่มสถาบันการศึกษาและนักเรียน พัฒนา University แอปพลิเคชั่น เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกมิติการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล

                      กลุ่มระบบขนส่ง ติดตั้งระบบชำระเงินด้วย QR Code ติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อรับชำระเงินในรถโดยสาร ขสมก. 3,000 คัน

 

                “ในปีที่ผ่านมา ธนาคารยังได้เร่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยยึด Customer Centricity & Solutions หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าในแต่ละ Segments นำ Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า และแก้ไข Pain Point ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของธนาคาร เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม ทั้งลูกค้าใน กลุ่ม sSMEลูกค้า Wealth ลูกค้ากลุ่มภาครัฐ กลุ่มมนุษย์เงินเดือน ตลอดจนกลุ่มนักศึกษา”

                นายผยงกล่าวว่า นอกจาก 4 แกนหลัก 5 Ecosystem และการให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าแต่ละ Segments แล้ว ธนาคารได้ลงทุนครั้งใหญ่ด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นแพลตฟอร์มทางการเงินที่สามารถเชื่อมต่อทุกความต้องการของลูกค้า ที่สำคัญได้เริ่มต้นการเป็น Open Banking ที่ประชาชนสามารถใช้บริการทางการเงิน โดยไม่ต้องมีบัญชีกับธนาคาร ซึ่งเป็นพลังที่ไร้ขีดจำกัดในยุคปัจจุบัน

                นอกจากนี้ ธนาคารยังได้พลิกโฉมสาขา เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้า นำร่องที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มหาวิทยาลัยบูรพา สิงห์ คอมเพล็กซ์ และโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนิสิตนักศึกษาและคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว

                พร้อมทั้ง ปรับโฉมเครื่อง ATM และ ADM กว่า 11,000 เครื่อง ให้ทันสมัย ทำธุรกรรมได้ง่ายและปลอดภัย อีกทั้งธนาคารยังได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง เช่น ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว การออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล

                จากความสำเร็จของกรุงไทย NEXT ที่มีผู้ใช้งานมากถึง 7 ล้านราย มียอดทำธุรกรรมกว่า 1 พันล้านรายการ กรุงไทย Connextมีผู้ใช้งาน 5 ล้านราย บัตร Krungthai Travel card บัตรแรกที่สามารถแลกเงินตราต่างประเทศได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมงในอัตราพิเศษถึง 19 สกุลเงินหลัก มีผู้ถือบัตรกว่า 5 แสนราย ผู้กู้ยืมกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 5 ล้านราย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านราย

                โครงการชิมช้อปใช้ ที่ให้บริการแอปพลิเคชั่นเป๋าตังกับประชาชน 15 ล้านราย แอปพลิเคชั่นถุงเงินกับร้านค้ากว่า 1.6 แสนแห่ง ตลอดจนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจำนวน 8.8 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ทำให้ธนาคารกรุงไทยมีฐานลูกค้าและประชาชนมากกว่า 40 ล้านราย ผลักดันให้ธนาคารพร้อมเป็นผู้นำในการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งยืนยันถึงเจตนารมณ์และทิศทางที่ถูกต้องของธนาคารกรุงไทยที่อยู่เคียงข้างคนไทยและสังคมไทย

 

ติดตามได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมกราคม 2563 ฉบับที่ 453 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi


Related News